|
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2556 สำนักวิชาได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในเรื่องการใช้เครื่องมือสารสนเทศเพิ่มประสิทธิภาพการวัดผล และแนวทางการในการเขียนบทความวิชาการในลักษณะกลุ่ม โดยมีผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประกอบด้วย ดร. อมร โอวาทวรกิจ, ดร. อนันต์ อึ้งวณิชยพันธ์, ดร. ธีรเดช หมูคำ. ดร. กาญจนา วัดละเอียด, ดร. นันทนิจ จารุเศรณีย์, รศ. ดร. ดรุณี วัฒนศิริเวช, ดร. สุธี วัฒนศิริเวช, ดร. อุไรวรรณ อินต๊ะถา, ดร. สยาม ภพลือชัย ผศ. ดร. สุรัตน์ ละภูเขียว และ คณบดี การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในวันนี้ สรุปโดยดังเขป ได้ดังนี้ การใช้เครื่องมือสารสนเทศเพิ่มประสิทธิภาพการวัดผล การเรียนการสอนในรายวิชาที่มีนักศึกษาจำนวนมากหรือมีจำนวนผู้สอนหลายคน อาจทำให้เกิดปัญหาในการกรอกคะแนน ซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อผลการเรียนของนักศึกษาได้หากมีการกรอกข้อมูลที่ผิดพลาด เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาดังกล่าว รวมทั้งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการวัดและประเมินผลการเรียนการสอน คณาจารย์ประจำสำนักวิชาวิทยาศาสตร์จึงได้มีการนำเครื่องมือทางเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ เช่น การตรวจข้อสอบและการกรอกคะแนนในรายวิชาคณิตศาสตร์ซึ่งมีจำนวนผู้สอนหลายคนได้มีการใช้ Google spread sheet ในการเพิ่มความสะดวกให้แก่อาจารย์แต่ละท่านได้กรอกคะแนนของนักศึกษาในกลุ่มที่ตนเองรับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งการตรวจข้อสอบเป็นรายข้อหรือรายกิจกรรมที่ตนเองรับผิดชอบในลักษณะ any time/any where เพื่อแชร์คะแนนในกลุ่มของอาจารย์ผู้รับผิดชอบทุกคนได้เห็นคะแนนของนักศึกษาทุกคนในภาพรวมในลักษณะ real time โดยอาจารย์จะได้รับสิทธิ์ให้กรอกหรือแก้ไขคะแนนในเฉพาะส่วนที่ตนเองรับผิดชอบเท่านั้น โดยไม่สามารถไปแก้ไขคะแนนของอาจารย์ผู้อื่นได้ ซึ่งทำให้เพิ่มประสิทธิในประมวลผลสอบได้ทันเวลา ถึงแม้อาจารย์จะติดภารกิจอื่นๆจากภายนอกมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังสามารถนำผลคะแนนรายข้อไปวิเคราะห์ หาลักษณะข้อสอบที่ดี ที่สามารถแจกแจงแยกนักศึกษากลุ่มเก่งและกลุ่มอ่อนได้อย่างชัดเจนในอนาคตได้อีก นอกจากนี้ อาจารย์ในกลุ่มสาขาวิชาฟิสิกส์ยังได้ใช้เทคโนโลยีเครื่องสแกนบาร์โค้ด ตรวจรายชื่อนักศึกษาในการเข้าเรียนรายวิชาปฏิบัติการ และการสอบย่อย ทดแทนการเช็คชื่อและเซ็นชื่อ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้มากสำหรับนักศึกษากลุ่มใหญ่ นอกจากนี้ยังช่วยลดการกรอกคะแนน และการสะกดชื่อ นามสุกลผิดพลาด ราคาของเครื่องสแกนบาร์โค้ดนี้สามารถซื้อได้ในราคาไม่เกินสามพันบาทและเทคโนโลยีนี้ยังสามารถนำมาประยุกต์ต่อยอดกิจกรรมการเรียนการสอนและการวัดผลได้อีกมากมาย ทางสำนักวิชาอาจนำแนวปฏิบัติที่ดีนี้ไปเผยแพร่ให้หน่วยงานต่างๆ ในมหาวิทยาลัยนำไปใช้ประโยชน์ได้ แนวทางในการเขียนบทความวิชาการในลักษณะกลุ่ม เนื่องด้วยสัดส่วนบทความวิชาการต่ออาจารย์ในสำนักวิชายังมีน้อย อาจารย์ทางกลุ่มวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คณิตศาสตร์ และฟิสิกส์ จึงได้หาแนวทางที่จะสร้างบทความทางวิชาในลักษณะการทำงานเป็นกลุ่ม เช่น คณาจารย์ที่มีความสนใจในงานทางวิชาการที่คล้ายคลึงกัน สามารถช่วยกันเขียนบทความวิชาการ (Article review) ได้ โดยเริ่มจากคณาจารย์ในกลุ่มช่วยกันค้นคว้าหัวข้อที่น่าสนใจ หลังจากนั้น มีการแบ่งหัวข้อให้อาจารย์แต่ละท่านช่วยกันเขียนตามหัวข้อที่ตนเองถนัดและสนใจ โดยเน้นการแบ่งงานกันเป็นกลุ่ม เพื่อแบ่งสัดส่วนการมีส่วนร่วมในการตีพิมพ์ผลงานในลักษณะที่เกื้อกูลกันอย่างเหมาะสม มีการจัดประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ช่วยกันสร้างสรรค์บทความทางวิชาการที่มีคุณค่าซึ่งสามารถนำไปใช้ในการขอ ตำแหน่งทางวิชาการ ได้ด้วย ข้อดีของการสร้างสรรค์ผลงานวิชาการเป็นกลุ่ม จะช่วยผลิตผลงานได้เร็ว เพราะความคิดเห็นของคณาจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ที่แตกต่างกัน เสมือนเป็น jig saw ช่วยเติมเต็มให้ผลงานวิชาการมีความสมบูรณ์มากขึ้น |