สำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดบ้านต้อนรับคณะจากสถาบัน Chuo University ประเทศญี่ปุ่น ในโครงการ "Komoriya Seminar's Study Tour 2025" เพื่อสร้างสัมพันธ์ทางวิชาการและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างสองสถาบัน โดยมีอาจารย์ ดร.ปิยธิดา เพียรลุประสิทธิ์ คณบดีสำนักวิชาการจัดการ พร้อมด้วย อาจารย์ระพิพงศ์ พรหมนารท อาจารย์ประจำสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ ผู้ประสานงานหลักของโครงการ ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ที่สำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
.
คณะผู้เยือนประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.โยชิมาสะ โคโมริยะ (Assoc. Prof. Yoshimasa Komoriya) จากคณะเศรษฐศาสตร์ Chuo University พร้อมนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาเศรษฐศาสตร์ จำนวน 17 คน เดินทางมาจัดกิจกรรมทางวิชาการและศึกษาดูงาน ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและพื้นที่จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 22-24 ตุลาคม 2568
.
โดยกิจกรรมทางวิชาการภายในมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มีการเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย เพื่อทำความรู้จักกับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ และการจัดสัมมนาเชิงวิชาการขนาดเล็ก (Mini Seminar) ร่วมกับนักศึกษาสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการระหว่างนักศึกษาไทยและญี่ปุ่น รวมผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 33 คน
.
Chuo University ระบุว่า "การเยือนครั้งนี้จะช่วยสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาวิทยาลัยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และนำไปสู่ความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่นในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น" ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างสองสถาบันได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างประเทศ โดยมี อาจารย์ระพิพงศ์ พรหมนารท เป็นผู้ประสานงานและสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างสองสถาบันมาอย่างต่อเนื่อง
.
นอกจากนี้ คณะจาก Chuo University ยังมีกำหนดการศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดเชียงราย อาทิ ปางช้างรวมมิตร สามเหลี่ยมทองคำ พิพิธภัณฑ์ฝิ่น เชียงแสน ทุ่งนาฟิวเจอร์ฟาร์ม และโรงงาน Thai Cosmos Foods เพื่อศึกษาบริบททางเศรษฐกิจและสังคมของภาคเหนือ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ทางเศรษฐกิจและการค้าในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงก่อนเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่น
.
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการระดับนานาชาติของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทั้งยังเป็นโอกาสในการพัฒนาความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนนักศึกษา คณาจารย์ และการวิจัยร่วมกันในอนาคต และยังเป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาและคณาจารย์ให้มีมุมมองสากล เข้าใจบริบททางเศรษฐกิจและสังคมของภูมิภาคเอเชีย
.
นักศึกษาทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนมุมมองทางวิชาการ การสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศ และการเรียนรู้วัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างกัน ซึ่งจะเป็นประสบการณ์อันมีค่าในการเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานระดับโลก