มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและเครือข่ายพันธมิตรเปิดโครงการ "ค่ายทูตเยาวชนไทย-จีน รู้ราก สานต่อ เพื่อประชาคมไทย-จีนแห่งอนาคตร่วมที่ยั่งยืน" ณ ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 เพื่อส่งเยาวชนไทย-จีน รวม 50 คน เยือน 5 เมืองในทั้งสองประเทศ สร้างความเข้าใจและมิตรภาพรุ่นใหม่
.
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วันชัย ศิริชนะ นายกสภามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง พร้อมด้วย ผศ.ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดี และ ผศ.ดร.ร่มเย็น โกไศยกานนท์ รองอธิการบดี ร่วมเปิดงานพร้อมผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญและมหาวิทยาลัยร่วมโครงการ
.
ภายหลังพิธีเปิดมีการเสวนา "บทบาทของเยาวชนในความสัมพันธ์ไทย–จีนเพื่ออนาคตร่วม" โดย นางสาววัชรินทร์ เศรษฐกุดั่น ผู้อำนวยการฝ่ายข่าวต่างประเทศ สำนักข่าวไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ เผยประเด็นสำคัญหลายด้าน
.
คุณจิราพร สุดานิช เอกอัครราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ อดีตกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว ชี้แจงปัจจัยที่ทำให้ความสัมพันธ์ไทย-จีนมีความพิเศษ ประกอบด้วย ต้นทุนทางประวัติศาสตร์ 2 ประการคือ การค้าขายที่ยาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย และความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมจากชาวจีน 2.6 ล้านคนที่อาศัยในไทย ส่วนใหญ่มาจากกวางตุ้ง ทำให้วัฒนธรรมหลายอย่างถูกหล่อหลอมเป็นไทยมาจนปัจจุบัน
.
ความสัมพันธ์ทั้งสองประเทศยังแข็งแกร่งจากการผ่านเหตุการณ์ท้าทายร่วมกัน อาทิ วิกฤตการณ์ทางการเงินของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงการดำเนินนโยบายฟรีวีซ่าที่ส่งเสริمการเดินทางระหว่างสองประเทศ
.
คุณ Zhao Mengtao (จ้าว) อัครราชทูตที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำไทย เล่าถึงบทบาทของ CP ที่เป็นเอกชนไทยรายแรกเข้าไปลงทุนในจีนหลังเปิดประเทศ โดยสร้างรายการบันเทิงโทรทัศน์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับไทยและโลก ซึ่งได้รับความนิยมสูงและสร้างแรงบันดาลใจให้คนจีนอยากออกไปทำงานในต่างประเทศ
.
สำหรับมุมมองเยาวชนต่อความสัมพันธ์ไทย-จีน คุณจ้าว จื้อเจี่ย (Vincent) ชาวกวางตุ้งที่ทำงานในเครือเจริญโภคภัณฑ์ อาศัยในไทยมา 9 ปี เล่าว่าเลือกมาเรียนที่ไทยเพราะความสวยงามและความเป็นมิตรของคนไทยต่อคนจีน "ผมไม่อยากกลับบ้าน ผมชอบวัฒนธรรมที่นี่ และเห็นวัฒนธรรมจีนในไทยมากมาย เช่น เยาวราช หรือแม้แต่สามารถใช้ภาษากวางตุ้งได้"
.
คุณณัฐต์วรา พิเชษฐพันธ์ (หลิว) จบการศึกษาเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สาขา Data Science จากธรรมศาสตร์ กำลังจะไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัย Tsinghua ด้วยทุนรัฐบาลจีน กล่าวว่าความสนใจในจีนเกิดจากทรัพยากรด้านเทคโนโลยีและวัฒนธรรม รวมถึงแรงบันดาลใจจากการฟังเพลงจีน
.
ในส่วนของความร่วมมือด้านการศึกษาและวิทยาศาสตร์ ท่านทูตเผยกรอบความร่วมมือมิติต่างๆ ครอบคลุม ความร่วมมือบ้านพี่เมืองน้อง 40 แห่ง กรอบความร่วมมือทางการศึกษาไทย-ยูนนาน ที่มีการส่งอาจารย์ไทยไปยูนนานและมีนักเรียนจีน 4,000 คนเรียนภาษาไทยในยูนนาน โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก series "แปลรักฉันด้วยใจเธอ"
.
ความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ได้รับการสนับสนุนจากกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงให้ความสนใจเป็นพิเศษและเสด็จเป็นครั้งที่ 50 ไปยังกวางตุ้ง เพื่อความร่วมมือด้านดาราศาสตร์
.
การเสวนาดำเนินถึงช่วงผู้ร่วมเสวนาให้ข้อแนะนำสำหรับเยาวชนรุ่นใหม่ ท่านทูตฝากข้อคิด 3 ประการ ได้แก่ 1. เปิดใจเรียนรู้ผู้อื่นและหันมารู้จักตัวเอง ตามคำกล่าวของซุนวู "รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง" 2. ทุกคนคือทูตวัฒนธรรม ทุกคำพูดและการกระทำเป็นตัวแทนของประเทศ 3. ความเป็นผู้นำที่ดีต้องเริ่มจากความเข้าใจ ใจกว้าง เห็นค่าของความแตกต่าง
.
คุณจ้าวเน้นย้ำให้เยาวชนมองเห็นว่าจีนเป็นตลาดใหญ่มูลค่า 7,000 ล้านดอลลาร์ และหวังให้ทุกคนมองเห็นโอกาสของตนเองในความสัมพันธ์ไทย-จีนที่แน่นแฟ้นนี้
.
โครงการค่ายทูตเยาวชนครั้งนี้จะนำเยาวชนจากไทย 25 คน และจากจีน 25 คน รวม 50 คน เดินทางเยือน 5 เมือง ได้แก่ กรุงเทพฯ สงขลา (หาดใหญ่) เชียงราย คุนหมิง และปักกิ่ง รวมระยะเวลา 23 วัน เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม สร้างมิตรภาพ และสานต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-จีนสู่อนาคตที่ยั่งยืน