มฟล.กับปัญหาหมอกควันภาคเหนือตอนบน

หมวดหมู่ข่าว: ข่าวเด่น

มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย หนึ่งในหลายจังหวัดที่มักได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควัน โดยเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา พบค่าฝุ่น P.M 2.5 อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยจึงได้ประกาศหยุดเรียนเพื่อหลีกเลี่ยงฝุ่นพิษ ในวันจันทร์ที่ 1 – 2 เมษายน 2562 และจัดสถานที่ให้เป็นพื้นที่หลบฝุ่นให้นักศึกษาเข้าใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งได้แสดงจุดยืนของมหาวิทยาลัยต่อปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 

ออกแถลงการณ์ถึงรัฐบาล เรียกร้องให้แก้ปัญหาเร่งด่วนและจริงใจ

            เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2562 มฟล. ออกแถลงารณ์ถึงรัฐบาล ลงนามโดย รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีเรื่อง ขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาหมอกควันในภาคเหนืออย่างเร่งด่วนและจริงใจ ระบุว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการแก้ไขวิกฤตดังกล่าวอย่างเต็มที่ และปัญหาหมอกควันในครั้งนี้เป็นที่ทราบว่าแหล่งมลพิษเกิดจากกิจกรรมภายในประเทศและมลพิษข้ามแดนจากประเทศรอบข้าง ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ และมีการใช้พื้นที่ในจังหวัดภาคเหนือประชุมอาเซียน ในฐานะประชาชนต้องการเห็นบทบาทของประเทศไทยในการผลักดันประเด็นหมอกควันข้ามแดนเข้าสู่วาระการประชุมเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาร่วมกัน
นอกจากนี้ในภาวะวิกฤติ ประชาชนไม่ควรแบกรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพจากความล้มเหลวของภาครัฐที่ไม่อาจคงไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับประชาชนได้ จึงขอเรียกร้องรัฐมีนโยบายในการลดภาษีสินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย N95 เครื่องฟอกอากาศ และอุปกรณ์ในการดับไฟป่า ต้องปลอดภาษี และขอเรียกร้องให้กรมสรรพากรประสานกับหน่วยงานที่รับบริจาคอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตินี้ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ และสถานพยาบาลรัฐต้องเปิดคลินิกพิเศษ บริการ 24 ชั่วโมง สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ให้เข้าใช้บริการตรวจและรักษาฟรี

             ทั้งนี้จึงขอให้ภาครัฐประกาศว่าเขตภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย เป็นเขตภัยพิบัติด้านอากาศที่ต้องมีมาตรการพิเศษมาดำเนินการและเยียวยาโดยเร่งด่วน โดยแถลงการณ์ฉบับนี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงได้จัดทำขึ้นเพื่อแสดงจุดยืนของมหาวิทยาลัย รวมทั้งเป็นตัวแทนของประชาชนในเขตภาคเหนือตอนบนในการเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องหมอกควันในภาคเหนือตอนบนโดยเร่งด่วนทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยใช้ทุกมาตรการที่เป็นไปได้ รวมถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของรัฐเข้าร่วมแก้ปัญหาโดยฉับพลัน

จัดเสวนากับทุกภาคส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาหมอกควัน

           มฟล.จัดเสวนา “MFU Voice for Clean Air” ทวงคืนอากาศบริสุทธิ์ให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กมาเป็นระยะเวลายาวนาน ในวันนี้ (3 เมษายน 2562) เวลา 09.30 - 12.00 น. ที่ ห้องประชุมคำมอกหลวง อาคาร M-Square มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง โดยมี รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี เป็นประธาน และ รศ.ดร. ชยาพร วัฒนศิริ รองอธิการบดี โดยมีผู้แทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมเสวนา ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณสุข ความมั่นคง สิ่งแวดล้อม หรือเศรฐกิจ อาทิ นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ, นพ.เอกชัย คำลือ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย, พ.อ.อุไร ศรีม่วงสุข หน.กองข่าว กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยมณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย, นายเศวตยนต์ ศรีสมุทร รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย ตัวแทนนักศึกษา เป็นต้น โดยมี ดร.นิชานนท์ สิงหพุทธางกูร อาจารย์ประจำสำนักวิชานวัตกรรมสังคม ดำเนินรายการ เพื่อร่วมเสนอข้อมูลการจัดการปัญหาหมอกควันและแนวทางรับมือต่อไป โดยมีทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว ตลอดจนการพูดถึงแนวทางที่จะยกระดับการจัดการปัญหาร่วมกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน ท่ามกลางผู้เข้ารับฟังการเสวนา ทั้งคณาจารย์ นักศึกษา ประชาชนทั่วไป สื่อมวลชน และผู้แทนจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ เอกชน และ การเมือง

ออกจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี

           มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามโดย รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี มีใจความว่า ตามที่ มฟล.ได้ออกแถลงการณ์มหาวิทยาลัย เรื่อง ขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาหมอกควันในภาคเหนืออย่างเร่งด่วนและจริงใจ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2562 เพื่อแสดงจุดยืนของมหาวิทยาลัย รวมทั้งเป็นตัวแทนของประชาชนในเขตภาคเหนือตอนบนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวไปแล้วนั้น มฟล.ได้ดำเนินการจัดเสวนา “MFU Voice for Clean Air” เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ แนวทางการแก้ไขปัญหาสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก จากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ด้านความมั่นคง ภาคธุรกิจ และนักวิชาการ ในหลายมิติ เมื่อวันพุธที่ 3 เมษายน 2562 จึงขอเสนอข้อสรุปที่ได้จากการเสวนา ดังนี้

1. ให้ยกระดับความสำคัญของปัญหามลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กให้เป็นปัญหาของอาเซียน และขอให้บรรจุเป็นวาระสำคัญของการประชุมอาเซียนเพื่อหาข้อยุติในการแก้ปัญหาร่วมกัน อย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม พร้อมจัดตั้งเครือข่ายความร่วมมือในการป้องกันการเกิดไฟป่าและการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กในระดับอาเซียน (Regional Network Smog Free)
2. เห็นสมควรจัดตั้งหน่วยประสานงานการแก้ไขปัญหามลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กอย่างถาวร เพื่อการแก้ไขอย่างฉับพลันและยั่งยืน
3. ให้ทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจัดตั้งเครือข่ายในระดับท้องถิ่น ประกอบด้วยผู้นำชุมชนและองค์กรทุกระดับ เพื่อเฝ้าติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยให้ภาครัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อการดำเนินการ
4. เมื่อเกิดสถานการณ์สถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานในประเทศไทย รัฐบาลควรพิจารณาประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติทางอากาศ พร้อมทั้งมีมาตรการแก้ไขอย่างฉับพลัน
5. เมื่อเกิดสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐาน ให้รัฐบาลเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐ ทั้งในด้านการแก้ปัญหา การป้องกัน การเยียวยา และให้การสนับสนุนการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่
6. เมื่อเกิดสถานการณ์มลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ให้เป็นนโยบายของสถานพยาบาลรัฐทุกแห่ง เปิดช่องทางพิเศษให้ผู้ได้รับผลกระทบเข้ารับบริการการตรวจ-รักษาฟรี

           ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวบังเกิดผลในทางปฏิบัติ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจึงได้จัดตั้งศูนย์การศึกษา วิจัยและปฏิบัติการเพื่อลดปัญหาการเกิดไฟป่าและหมอกควันในประเทศไทยและในภูมิภาค โดยทำหน้าที่เป็นศูนย์ศึกษา วิจัย และเป็นตัวกลางเชื่อมโยงทุกหน่วยงาน ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค พร้อมกันนี้มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและสถาบันการศึกษาในพื้นที่พร้อมที่จะใช้องค์ความรู้ทางวิชาการเพื่อสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลทั้งในด้านการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการแก้ไขปัญหาต่างๆ รวมทั้งทำหน้าที่ประสานการดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป

| ผู้เขียนข่าว Ramon Ruaysaen | อ่านข่าวทั้งหมด 742 ครั้ง